การสร้างเครือข่ายการพัฒนาระบบราชการ
ความสำเร็จในการนำยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการไทย มีปัจจัยสำคัอยู่ที่การแสดงบทบาทเป็นเจ้าของโดยผู้บริหารระดับสูงของส่วนราชการที่เรียกว่า
ผู้นำการบริหารการเปลี่ยนแปลง (CCO: Chief Change Officer) รับผิดชอบผลักดัน และมีกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร4 เป็นกลไกทำงาน ซึ่งร่วมเป็น
เครือข่ายการพัฒนาระบบราชการ การบริหารเครือข่ายการพัฒนาระบบราชการของสำนักงาน ก.พ.ร. ได้ใช้วิธีเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นผู้นำการบริหารการเปลี่ยนแปลงระดับกระทรวง (Chief Change Officer: CCO ระดับกระทรวง) กับฝ่ายบริหารสำนักงาน ก.พ.ร. เป็นช่องทางหนึ่งในการหารือแลกเปลี่ยนประสบการณ์ รับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ นอกจากเป็นวิธีที่ได้มาซึ่งความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เกิดการสนธิกำลัง
ในการผลักดันการพัฒนาระบบราชการไทยแล้ว ยังนำไปสู่การสร้างผลงานใหม่ ๆ อีกด้วย ได้แก่
1.
การเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นผู้นำการบริหารการเปลี่ยนแปลงระดับกระทรวง เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2551 นำไปสู่การสร้างระบบสารบรรณไร้กระดาษ ซึ่งเกิดขึ้นจากปลัดกระทรวงการคลัง นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธ์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นรองปลัดกระทรวงการคลัง ได้นำผลการประชุมเสวนา ไปริเริ่มวางแผนการพัฒนาขับเคลื่อนโครงการบูรณาการระบบสารบรรณไร้กระดาษระหว่างสำนักงานปลัดกระทรวงการคลังกับส่วนราชการในสังกัด โดยให้มีการส่งเอกสารข้อมูลระหว่างกันด้วยระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์และขอความร่วมมือให้ยกเลิกการใช้กระดาษในเรื่องที่จัดส่งด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์นั้น
2.
การเสวนาแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นผู้นำการบริหารการเปลี่ยนแปลงกับกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร ในระดับกระทรวงและกรม รวมทั้งกับสำนักงาน ก.พ.ร. เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2551 เป็นจุดเริ่มต้นในปีงบประมาณ พ.ศ. 2552 ของการเริ่มกระบวนการสร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสำรวจความคิดเห็น ปัญหา อุปสรรค และ ข้อเสนอแนะในการบริหารเครือข่ายระหว่างกลุ่มพัฒนาระบบบริหารด้วยกันเอง และระหว่างกลุ่มพัฒนาระบบบริหารกับผู้นำการบริหารการเปลี่ยนแปลงและกับสำนักงาน ก.พ.ร. จากการประชุมครั้งนั้น ทำให้สำนักงาน ก.พ.ร.
ได้จัดวางระบบเว็บไซต์ www.opdc.go.th/asdd/main.php เพื่อให้เครือข่ายการพัฒนาระบบราชการมีโอกาสแสดงความเห็น แลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยไร้ข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่ ทำให้เกิดช่องทางใหม่ที่กลุ่มพัฒนาระบบบริหารสามารถรับรู้ข้อมูลข่าวสารได้รวดเร็ว ง่าย สะดวก ทันสมัย และสำนักงาน ก.พ.ร. สามารถตอบข้อหารือ ให้คำปรึกษาโต้ตอบระหว่างเครือข่ายได้ทันต่อสถานการณ์ เกิดการมีส่วนร่วมสานสัมพันธ์แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน เพื่อการพัฒนางานของกลุ่มพัฒนาระบบบริหารไปสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ และการทำงานเครือข่ายอย่างบูรณาการ
เว็บไซต์ www.opdc.go.th/asdd/main.php
3.
จากการสำรวจความคิดเห็น ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะของกลุ่มพัฒนาระบบบริหารระดับกระทรวงและกรม ในเรื่องของการปรับปรุงโครงสร้าง ระบบงาน และวิธีการทำงาน รวมทั้งการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ วัฒนธรรม ค่านิยม สำหรับกลุ่มพัฒนาระบบบริหารและบุคลากรภาครัฐเพื่อนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานการพัฒนาระบบราชการ มีผลให้สำนักงาน ก.พ.ร.ได้ดำเนินการจัดตั้งคณะทำงานการขับเคลื่อนการบริหารเครือข่ายในการพัฒนาระบบราชการแบบบูรณาการ เมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2552 ซึ่งประกอบด้วยหัวหน้ากลุ่มพัฒนาระบบบริหารระดับกระทรวงและกรม จากสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม สำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม สำนักพระราชวัง กรมสุขภาพจิต กรมการค้าภายใน สำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม กองบัชาการกองทัพไทย และข้าราชการสำนักงาน ก.พ.ร. โดยมีเลขาธิการ ก.พ.ร. เป็นที่ปรึกษาคณะทำงาน คณะทำงานมีอำนาจหน้าที่ศึกษาวิเคราะห์เพื่อจัดทำ วางระบบ และสนับสนุนเครือข่ายการสื่อสารแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ สนับสนุนเนื้อหาวิชาการ ข้อมูล และตอบข้อคำถามผ่านเว็บไซต์ รวมทั้งการให้ข้อคิดเห็น เสนอแนะในการแก้ไขปัหาอุปสรรคและพัฒนางานการพัฒนาระบบราชการแบบบูรณาการเชื่อมโยงให้ยั่งยืน คณะทำงานได้มีผลงานสำคัญคือการจัดประชุมสัมมนา
สังสรรค์เสวนาเครือข่ายการพัฒนาระบบราชการ เมื่อวันที่ 21 - 22 สิงหาคม 2552 โดยมีวัตถุประสงค์ของการประชุมสัมมนาเพื่อเป็นการทบทวน ประเมินผล และให้ข้อเสนอแนะเพื่อการทำงานของกลุ่มพัฒนาระบบบริหารทั้งระดับกระทรวงและกรม และสำนักงาน ก.พ.ร. นำมาวางแนวทางการพัฒนาขีดสมรรถนะให้กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร รวมทั้งสร้างเครือข่ายการทำงานที่เชื่อมโยงกับผู้นำการบริหารการเปลี่ยนแปลงระดับกระทรวงและกรม กับกลุ่มพัฒนาระบบบริหารและสำนักงาน ก.พ.ร. ด้วย
4.
การเสวนาแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นผู้นำการบริหารการเปลี่ยนแปลงกับกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร ในระดับกระทรวงและกรม รวมทั้งกับสำนักงาน ก.พ.ร. เรื่องภาครัฐกับการแสวงหาความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 ซึ่งจะมีผลไปสู่การพิจารณาการถ่ายโอนภารกิจภาครัฐในเรื่องของการอนุาต อนุมัติ หรือการตรวจสอบในบางส่วนของกระบวนการไปให้ภาคเอกชนหรือให้ประชาสังคมมาร่วมดำเนินการ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 ซึ่งเชื่อว่าจะมีผลให้ประชาชนได้รับบริการที่ดีมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น ภาครัฐก็จะได้รับความน่าเชื่อถือ พึงพอใจ และสามารถยกระดับมาตรฐานการทำงานเข้าสู่ระบบสากลในเรื่องการให้บริการประชาชนเพิ่มมากขึ้นด้วย